ใครคือเอเลี่ยน?
แม้ The Thing (1982) ของ John Carpenter จะเป็นหนึ่งในหนังเรื่องโปรดของผม แต่ผมเพิ่งมีโอกาสได้อ่านต้นฉบับ Who Goes There? ของ Don A. Stuart หลังจากดูหนังมาแล้วกว่าสิบปี
โดยเนื้อเรื่องแล้วไม่มีอะไรผิดคาดครับ อ่านแล้วก็เข้าใจว่าตัวหนังดัดแปลงไปพอสมควร แต่รักษาส่วนสำคัญหลัก ๆ เอาไว้
การดำเนินเรื่องในช่วงแรกชวนสับสนกับชื่อตัวละครเล็กน้อย ก่อนที่ช่วงกลางถึงช่วงหลังจะเริ่มระทึกขึ้นเรื่อย ๆ เอาเป็นว่า หากใครอยากอ่านนวนิยายสั้นที่ไม่ยาวเกินไปก็แนะนำเล่มนี้เลย 😊
.
.
.
.
.
ในฐานะ Cold War Kid ยุคสุดท้าย ผมอดไม่ได้ที่จะอ่าน Who Goes There? ผ่านแว่นของสงครามเย็น แม้ Don A. Stuart (นามปากกาของ John W. Campbell Jr.) ที่เขียนเรื่องนี้ในปี 1938 อาจไม่ได้ตั้งใจสื่อถึงเรื่องเหล่านี้เลยก็ตาม (ก็แหง ตอนนั้นยังไม่มีสงครามโลกครั้งที่สองเลย)
แต่ผมคิด ก็เลยจะเขียนถึงเรื่องนี้ครับ 😆
.
.
.
บางทีเอเลี่ยนในเรื่องนี้อาจเป็นภาพแทนของลัทธิคอมมิวนิสต์ที่พยายามแฝงตัวเข้ามาในอเมริกา
โดยเรื่องที่เกิดขึ้นคือการสะท้อนภาพความหวาดกลัวคอมมิวนิสต์ในช่วง Red Scare (1917 - 1920)
นั่นก็เพราะความหวาดกลัวต่อคอมมิวนิสต์ในยุคนั้น และความหวาดกลัวต่อเอเลี่ยนที่แปลงกายได้ ต่างก็เป็น 'ความหวาดกลัวต่อภัยคุกคามที่มองไม่เห็น' เหมือนเหมือนกัน
.
เราแทนสมการได้ง่าย ๆ ครับ
เอเลี่ยน = คอมมิวนิสต์
ศูนย์วิจัยที่ขั้วโลกใต้ = อเมริกา
เนื้อเรื่องคือกลุ่มนักวิจัยที่ขั้วโลกใต้ (อเมริกา) พยายามหาวิธีแยกเอเลี่ยน (คอมมิวนิสต์) ออกมา เพื่อกำจัดตัดตอน ไม่ให้มันออกจากขั้วโลกใต้เพื่อแพร่พันธ์ได้
นี่เหมือนกับการที่อเมริกาหวาดกลัวลัทธิคอมมิวนิสต์ หลังจากพรรคบอลเชวิคเข้ายึดอำนาจในรัสเซียเมื่อปี 1917 จนนำไปสู่การก่อตั้งสหภาพโซเวียตที่เป็นคอมมิวนิสต์ในเวลาต่อมา
(คอมมิวนิสต์เป็นอุดมการณ์ที่วิพากษ์ระบบทุนนิยมและการแบ่งชนชั้น โดยมองว่าระบบดังกล่าวเอื้อให้ชนชั้นนายทุนกดขี่ชนชั้นแรงงาน, ในฐานะประเทศทุนนิยมชั้นนำ อเมริกาจึงหวาดวิตกว่าลัทธิซึ่งเป็นปฏิปักษ์ต่อระบบเศรษฐกิจและการเมืองของตนจะค่อย ๆ แพร่ขยายไปยังประเทศอื่น ๆ และอาจลุกลามเข้ามามีอิทธิพลภายในสังคมอเมริกันเอง)
.
นี่คือภาพสะท้อนของช่วงเวลาที่รัฐบาลอเมริกันใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อตรวจสอบและคัดแยกผู้ต้องสงสัยว่าอาจมีความเกี่ยวข้องกับลัทธิคอมมิวนิสต์ ซึ่งมันก็ไม่ใช่วิธีที่ได้ผลอะไร เหมือนที่ช่วงกลางเรื่องพวกเขาไม่สามารถแยกเอเลี่ยนออกมาได้ด้วยวิธีที่คิดขึ้นมา
จากนั้นความไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกันก็เริ่มก่อตัวขึ้น ใครก็ตามที่ถูกสงสัยว่าเป็นเอเลี่ยนจะถูกแยกตัว กักขัง และจับตามองอย่างใกล้ชิด ภาพเหล่านี้สะท้อนบรรยากาศของยุคนั้นที่ผู้ต้องสงสัยจำนวนมากถูกจับกุมและเนรเทศออกนอกประเทศ
.
.
.
ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าผู้เขียนจะตั้งใจให้ Who Goes There? เป็นเพียงนิยายไซไฟสยองขวัญ ที่ไม่เคยคิดถึงเรื่องคอมมิวนิสต์เลยก็ตาม สำหรับผม มันก็ยังเป็นเรื่องเล่าที่ชวนให้ตั้งคำถามว่า เมื่อความหวาดกลัวครอบงำสังคม สิ่งที่อันตรายที่สุดอาจไม่ใช่เอเลี่ยนในฐานะศัตรูที่แท้จริง หากแต่เป็นผลลัพธ์ของความหวาดกลัวที่ผู้คนเริ่มไม่ไว้ใจกันเอง
และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ Novella ซึ่งตีพิมพ์ตั้งแต่ปี 1938 ยังคงร่วมสมัยและน่าอ่านมาจนถึงทุกวันนี้
.
.
.
.
.
หมายเหตุ
ผมอ่านฉบับแปลไทยของ สำนักพิมพ์เวลาครับ เขาใช้ชื่อ 'จอห์น ดับเบิลยู แคมป์เบลล์' ซึ่งเป็นชื่อจริงของนักเขียนไม่ใช่นามปากกา
ส่วนสำนวนแปล ไม่ติดขัดอะไรครับ แม้บางส่วนดูจะแปลแบบทื่อ ๆ ตรง ๆ ไปนิด 😄